วันศุกร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2554

พระอาจารย์คึกฤทธิ์



  • คำถาม  ถ้าเราไปซื้อเนื้อสัตว์มากิน  จะเหมือนกับการสั่งฆ่าไหม

พระพุทธเจ้าบอกว่าไม่เหมือน  พระองค์ไม่ได้ชี้ว่าสัตว์ชื่อนี้ชื่อนี้จงมาตาย  และการเกิดของพระองค์ไม่ได้ทำให้สัตว์ล้มตายมากขึ้น  มีคนโจษว่าพระพุทธเจ้าฉันเนื้อสัคว์ที่เขาเอามาถวาย  จริงๆการเกิดของท่านทำให้สัตว์ล้มตายน้อยลง  และถ้าคนเดินตามท่านสัตว์ก็จะล้มตายน้อยลง ....ทิฏฐิว่าเราดีกว่าเราประเสริฐกว่า  คนที่ไม่ทำอย่างเราแย่กว่า  พระพุทธเจ้าไม่ได้สอนเพียงเพื่อไม่ให้สัตว์ไม่ล้มตายอะไร  แต่สอนให้เราไม่ยึดมั่นในสิ่งทั้งปวงแล้วเข้านิพพานให้ได้
ถ้าเธอไม่เห็น  ไม่ได้ยิน  ไม่ได้รังเกียจ

  • (06:27) พระพุทธเจ้าถามสาวกว่าเธอเห็นเลขวัด  คนทำการงานของวัดลากกิ่งไม้ไปเผาไหม  
  • สาวกบอกว่าเห็น
  • พระพุทธเจ้าถามว่า  เธอรู้สึกเจับปวดเหมือนถูกใครลากไปกับพื้น  แล้วเอาไฟเผาไหม
  • สาวกบอกว่าไม่รู้สึก
  • พระพุทธเจ้าถามว่า  เป็นเพราะอะไร
  • สาวกบอกว่า  ก็นั่นมันกิ่งไม้  มันไม่ใช่เรา
  • พระพุทธเจ้าบอกว่า  นั่นน่ะถูกต้อง  ทำอย่างไร  เธอจะเห็นตา  หู  จมูก  ลิ้น  กาย  ใจว่าไม่ใช่ของเธอ  เมื่อเธอเห็นสิ่งเหล่านี้ตั้งแต่เกิดจนกระทั่งแตกสลาย  เธอจะรู้เลยว่าตัวเธอกับมันนี่คนละตัวกัน
  • โยมสังเกตสิว่าเมื่อโยมมีสุขแล้วดับไป  ขณะที่สุขดับไป  โยมตายไปพร้อมกับสุขไหม  ไม่ได้ตายไปพร้อมกัน  เราก็รู้อ๋อสุขหมดไปแล้ว  แค่เสียดาย ... เพราะฉะนั้นใครที่ตามเห็นการเกิดการดับ  คนๆนั้นจะถอนอุปทานจากสิ่งนั้นได้  มันจะเกิดการแยกตัวระหว่างผู้ที่สังเกตกับสิ่งที่ถูกสังเกตออกจากกัน นี่คือสุดยอดมุมมองที่พระพุทธเจ้ามองได้มองออก  นี่คือวิธีเข้าถึงผู้ที่ไม่ตาย 



สัมภเวสี  คือ สัตว์ผู้แสวงหาที่เกิด
เมื่อกายนี้แตกทำลายและยังไม่ได้กายใหม่  อะไรเป็นเหตุปัจจัยของการได้กายใหม่
พระพุทธเจ้าบอก  ตัณหาคือความอยาก
นั่นแสดงว่ามันมีช่องว่างนิดหนึ่งสั้นๆ  ที่เมื่อกายแตกทำลายแล้วยังไม่ได้กายใหม่  จังหวะนั้นน่ะสัมภเวสี
ช่องว่างนี้กว้างขนาดไหน  กินเวลาเท่าไหร่
พระพุทธเจ้าบอกว่า  ถ้านามรูปไม่ก้าวลงสู่ครรภ์มารดา  นามรูปจะปรุงตัวต่อได้ไหม
พระอานนท์บอกว่า  ไม่ได้
พระพุทธเจ้าบอกว่า  ถูก  เพราะฉะนั้นเมื่อบิดามารดาอยู่ด้วยกัน  ทำนามรูปให้เกิด  วิญญาณจะก้าวลงไหม  ถ้าไม่ก้าวลง  วิญญาณนี้ตายแน่นอน  อันนี้อันที่หนึ่ง
พระพุทธเจ้าบอกว่า  อานนท์ถ้าวิญญาณก้าวลงสู่ครรภ์  แล้วนามรูปแตกสลาย  นามรูปจะปรุงตัวต่อได้ไหม
พระพุทธเจ้าบอกว่า  ใช่  นั่นคือวิญญาณเลือกลงก้าวแล้ว  แต่เปลี่ยนใจไม่เอา  แตกสลาย  สัตว์ในครรภ์ก็ตาย  อาจจะไปเกาะในครรภ์ของสุนัขต่อ  หรือตัวนั้นๆ  เลือกตามความพอใจ  ความอยากเอง  ก็เหมือนจิตเราอยากรับรู้ต่อ  จิตผูกติดไปเรื่อย อุปทานเกิดแล้ว  มาจับครรภ์  เปลี่ยน  ไม่เอา  มาจับครรภ์ใหม่  ดีเหมือนกันอยู่ไป  ยึดมั่น  อุปาทานเกิด  ก็ไปจับตรงนี้
ลำดับที่3 วิญญาณก้าวลงสู่ครรภ์มารดา   แล้วก็นามรูปปรากฏเป็นเพศชาย  เพศหญิง  ปรากฏเป็นเด็กชาย  เด็กหญิงที่อยู่ในครรภ์  แล้วจักแตกสลายลง  นามรูปจะปรุงตัวต่อได้ไหม
พระอานนท์บอกว่าไม่ได้
นั่นแสดงว่าช่วงสัมภเวสียังไม่ได้กายใหม่  ระยะเวลานี้  กี่อาทิตย์  กี่เดือนละ  ก็ไม่รู้แล้วต้องถามพวกหมอ  จากปฏิสนธิแล้วเกิดเพศในทารกจะใช้เวลากี่อาทิตย์
อาตมาดูในสารคดีของฝรั่ง  เขาว่าประมาณ 1 อาทิตย์  มันก็เห็นเป็นงอกออกมาแล้วนะ  เป็นแขน  เป็นตัวนิดๆแล้ว ......แสดงให้เราเห็นว่าตั้งแต่ปฎิสนธิจนเป็นเพศ  ช่วงนี้วิญญาณเข้าออกได้ตลอด  นี่คือช่องว่างของสัมภเวสี

วัดนาป่าพง  คลิกที่นี่
http://www.youtube.com/watch?v=AIJmwLG5Zv0&feature=related



















พระอาจารย์คึกฤทธิ์ โสตฺถิผโล วัดนาป่าพง
แสดงธรรม ณ ชมรมคนรู้ใจ อาคารอัมรินทร์พลาซ่า
หัวข้อ "ที่ ๆ ควรเที่ยวไป" 22 กรกฏาคม 2552

ปฏิจจสมุปบาท

กฏอิทัปปัจจยตา หรือ หัวใจปฏิจจสมุปบาท 

อิมสฺมิง สะติ อิทํ โหติ

เมื่อสิ่งนี้มี สิ่งนี้ ย่อมมี
อิมสฺสุปฺปาทา อิทํ อุปฺปชฺชติ

เพราะความเกิดขึ้นแห่งสิ่งนี้ สิ่งนี้จึงเกิดขึ้น
อิมสฺมิง อะสะติ อิทํ นโหติ
เมื่อสิ่งนี้ไม่มี สิ่งนี้ ย่อมไม่มี
อิมสฺสะ นิโรธา อิทํ นิรุชฌะติ
เพราะความดับไปแห่งสิ่งนี้  สิ่งนี้จึงดับไป


รายการThe Exitทางออกหัวใจหนีไฟกิเลส
เราควรศึกษาพระธรรมทีเป็นคำของพระพุทธเจ้า
  • อธิบายปฎิจจสมุปบาท : ทำไมคุณหมอซื้อเนคไทอันนี้มา  เราถามในใจเราได้ไหมว่าเพราะเหตุอะไรมี  อาการในใจอะไรมี  ความอยากจึงมีขึ้นมา  คุรหมอตอบว่าเพราะเราพอใจ... ใช่  .....ความพอใจจึงต้องมาก่อน  ความอยากตามมา  พระพุทธเจ้าจึงบัญญัติเวทนาเป็นเหตุให้เกิดตัณหา... ก่อนเกิดความพอใจอะไรเกิด....ต้องมีตา  ถ้าไม่มีตาไปเห็นเน็คไท  ไม่มีเน็คไทให้ตาเห็น  ความพอใจจากการเห็นรูปจะเกิดขึ้นได้ไหม  เพราะฉะนั้นทุกอายะตนะเลย  พระพุทธเจ้าจจึงบัญญัติผัสสะเป็นเหตุให้เกิดเวทนา  เวทนาเป็นเหตุให้เกิดตัณหา  ตัณหาเป็นเหตุให้เกิดอุปาทาน  ยึดแล้ว  นี่เน็คไทของเราไม่ใช่ของห้าง  มันมีตัวเราของเราขึ้นมาทันที...คราวนี้เรามีสติทันไหม  เรามีสติทันก็ตัดทัน  เราจึงต้องมาฝึกสติกัน  เพื่อตัดสายปฎิจจสมุปบาท 


  • การอ่านพุทธวัจนจะเป็นการเอาความคิดเข้าไปใส่ในสภาวะธรรมที่เกิดจากการปฏิบัติหรือไม่
  • 12 ขั้นตอนของการรู้สัจธรรม
  • พระพุทธเจ้าสรรเสริญการทรงจำ เพราะการทรงจำเป็นการสะสมอาวุธไว้มาก


หลักการในการเลือกสถานที่เพื่อศึกษาพระธรรม  

  • การละความเพลิน  ละความพอใจ  จะหลุดพ้น  เพื่อดับเหตุของการเกิดชาติ  ชรา  มรณะ
  • ความเร็วในการละความเพลินเท่ากับกระพริบตาหรือดีดนิ้ว
  • เราไม่รู้ว่าความตายจะเกิดอิริยาบทไหน  ยืน  เิดิน  นั่ง  นอน
  • อานิสงส์ของการเดินจงกรมมี 5 ได้แก่ อาหารย่อยง่าย  อดทนต่อการทำความเพียร  อดทนต่อการเดินทางไกล  สมาธิอันเกิดจากการเดินจงกรมย่อมตั้งอยู่ได้นาน  และเป็นผู้มีอาพาธน้อย


ตอนที่5
  • มรรควิธีที่ง่ายตอการปฏิบัติ  ได้แก่  อาณาปาณสติ  ละความเพลิน
  • วิธีละความเพลินโดยการฝึกสติ  ให้อยู่กับการงานปัจจุบัน  อยู่กับการเคลื่อนไหว  อยู่กับลมหายใจ 
  • วิธีการประเมินความก้าวหน้าของตนเองในการปฏิบัติธรรม  ได้แก่  อินทรีย์ภาวนาชั้นเลิศ  เช่น  อารมณ์ที่เป็นที่ชอบใจหรือไม่ชอบใจ  อารมณ์ที่เป็นที่ชอบใจและไม่ชอบใจ  ที่เกิดขึ้นแก่ภิกษุนั้น  ดับไปเร็วดุจกระพริบตา  อุบกขายังคงเหลืออยู่  นั่นคือใช้ความเร็วในการปล่อยวางอารมณ์  
  • ไม่มีใครประเมินตรวจสอบบุคคลได้นอกจากพระศาสดา  เพราะเหตุนั้นแลพวกเธอทั้งหลายอย่าได้ชอบประมาณในบุคคล  ผู้ที่ชอบประมาณในบุคคลย่อมทำลายคุณวิเศษของตนเอง  เพราะฉะนั้นเราหรือบุคคลที่เหมือนเราจึงถือประมาณในบุคคลได้
  • คุณสมบัติของพระโสดาบันจะเป็นผู้มีคุณธรรม 2 ประการ  ได้แก่ 1. เป็นผู้พ้นจากภัยเวร 5 ประการนั่นคือมีศีล 5 โดยมีหิริโอตัปปะความละอายอย่างสูงไม่กล้าผิดศีล 5 เลย  จะเกิดสภาวะธรรมของจิต 1 คุณธรรมนี้แล้ว  2.เลื่อมใสในพระพุธ  พระธรรม  พระสงฆ์อย่างไม่หวั่นไหว มีศีลไม่ด่างไม่ทะลุไม่ด่างไม่พร้อย   เมื่อเกิดภัยหรือความกลัว  ย่อมไม่ยึดสวนป่า  เจดีย์   เป็นที่พึ่งอันเกษม  ซึ่งพ้นความทุกข์ไม่ได้  ต้องพึ่งพระรัตนตรัยซึ่งมีคำสอนที่จะทำให้การ  วาจา  จิตของเรามีความสะอาด  สมบูรณ์บริบูรณ์ขึ้นมาได้
  • ประโยชน์ของการเข้าไปไปเกี่ยวข้องกับพระสงฆ์เพื่อนำคำสอนของท่านไปปฏิบัติตาม  จิตหลุดพ้นเป็นอริยบุคคลได้   


ตอนที่6
  • กรรมคืออะไร ตถาคตกล่าวว่าเรากล่าวซึ่งเจตนาว่าเป็นกรรม  เหตุเกิดของกรรมคือผัสสะ 
  • วิบากของกรรมคือผล เธอฆ่าเขาแล้วจะถูกฆ่า  ไม่ใช่  วิบากของกรรมมี 3 ระดับ  ให้ผลในปัจจุบัน ให้ผลในเวลาถัดมา  และเวลาถัดมาอีก
  • ความดับของกรรม เพราะความดับของผัสสะ  กรรมมีการเกิดและการดับกรรมเป็นอนัตตาไม่มีตัวตนจริง  
  • การสิ้นกรรมใช้มรรคมึองค์8
  • ถาม : คำกล่าวที่ว่าสัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม  พระอาจารย์ถามว่ากรรมของใคร  กรรมของคนที่มีตัวตน  พระพุทธเจ้าบอว่าไม่มีสัตว์  ตัวคน เรา  เขาไม่มี  พระพุทธเจ้าจึงบอกว่าเรื่องกรรมควรศึกษาตามกรอบที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้  เป็นอาจันไตย  เพราะฉะนั้นใครที่ไปสแกนกรรมปวดหัวตาย
  • มีคนถามพระพุทธเจ้าว่ากรรมมีกี่อย่าง  พระพุทธเจ้าตอบว่า  การกรรม  วจีกรรม  มโนกรรมซึ่งเป็นกรรมที่แรงที่สุด  เพราะจิตที่มีเจตนมันให้ผลแล้ว  ถึงกาย  วาจายังไม่ได้ทำ  โยมคิดอกุศลแล้ว  โยมถูกยิงโป้งตายไป  โยมไปเกิดในอบายแล้วนะ  เพราะอารมณ์สุดท้ายที่จิตไปเกาะ  จิตจะไปสร้างอัตภาพขึ้นใหม่ตามอารมณ์นั้น... จิตรู้อารมณ์ใดนั่นคือเราเกิดในภพนั้นแล้ว  
  • ถาม :  ความคิดคุมไม่ได้ พระอาจารย์ตอบว่า  ความคิดคุมไม่ได้แต่เราละได้  พระพุทธเจ้าบอกว่าให้เธอถ่ายถอน  บรรเทา  ทำให้สิ้นสุดไป  ทำให้ไม่มีเหลือซึ่งอกุศลวิตก  ไม่ได้ก็ต้องได้  ฝึก ฝึก  เราจึงต้องฝึกไง  แล้วเอาอารมณ์อุเบกขาหรือกายคตาสติเข้ามาทดแทน  นี่คือหน้าที่เราเลยที่ต้องฝึก  สัมมาสังกัปปะว่าอย่างไร  ให้เธอทิ้ง  กาม  พยาบาท  เบียดเบียน  คิดว่าทิ้งไม่ได้แล้วโยมไม่ทิ้ง  เรียบร้อยเลยนะ
  • กามคือการคุมอายตนะ 5 รูป  เสียง  กลิ่น  รส  สัมผัส  หรือ  ตา  หู  จมูก  ลิ้น  กาย  มีความพอใจใจใน รูป  เสียง  กลิ่น  รส  สัมผัส นั่นมีกามแล้ว  โยมทานอาหารอร่อย  พอใจ  มีกามแล้วนะ  เห็นดวงอาทิตย์ขึ้นมาสวยๆมีกามแล้วนะ  เพราะฉะนั้นคนที่จะละกามได้คือ  อนาคามีบุคคล  ที่ละได้สนิท  คุมอายตนะ 5 ได้  พอใจ  ไม่พอใจ  อนาคามีวางได้  อุเบกขาได้  นั่นคือวางกามธาตุได้  ดินน้ำ  ไฟ  ลม  เป็นเหตุให้เกิดกามธาตุขึ้นมา
  • ระดับของกรรมไม่เท่ากัน  การฆ่าสัตว์  ไม่แน่ว่าโยมจะต้องถูกฆ่า  ปาณาติบาตวิบากของกรรมอย่างเบาคืออายุสั้น  อาจจะถูกฆ่าตามมาก็ได้
  • ถาม :  การเหยียบมดโดยไม่เจตนาไม่ถือว่าเป็นกรรม  พระอาจารย์ตอบว่า  ไม่เป็นกรรม  เพราะเจตนาคือตัวกรรม     โยมขับรถกลับบ้านตอนกลางคืน  แมลงตายติดหน้ารถเยอะเลย  โยมเจตนาฆ่ามด  โดยขับรถไล่ชนแมลงหรือเปล่า  ไม่ใช่  โยมขับรถเพื่อกลับบ้าน  ถูกต้องไหม
  • ถาม : คนที่ทำแท้งเพราะโนข่มขืน  เจตนาคือว่าเขาเลี้ยงไม่ได้  เขาไม่พร้อม  อย่างนี้เขาจำเป็นต้องฆ่า  แต่ไม่ได้มีเจตนาจะฆ่า  พระอาจารย์ตอบว่า  เจตนามีแน่นอน  ถ้าเขาฆ่าคือเจตนาฆ่า  เพราะฉะนั้นเมื่อเจตนาฆ่าโยมต้องยอมรับวิบากกรรมตรงนั้น  อันจะเกิดขึ้นจากการกระทำตรงนั้นไป  มีวิธีแก้  องคุลีมาลฆ่าคนมา 999 คน  ถ้าองคุลีมาลมากังวลตรงนั้นก็ไม่ได้เป็นพระอรหันต์
  • ครุกรรมเป็นกรรมฝ่ายดีคือสมาบัติ 8 ซึ่งคือการทำสมาธิทุกระดับนั่นเอง
  • ถาม :ทำสมาธิแต่ไม่ถึงฌาณก็ไม่ได้  พระอาจารย์ตอบว่า : ทำสมาธิพระพุทธเจ้าพูดเรื่องฌาณ  ไม่ ได้พูดคำอื่น  ยังไงก็ต้องมีฌาน  พอเป็นสมาธิปั๊บ  ก็มีฌาณแล้ว
  • ถาม : สรุปว่าเราแก้กรรมได้ด้วยการนั่งสมาธิ พระอาจารย์ตอบว่า : ถูกต้อง  ศีล  สมาธิ  ปัญญา  เป็นการพูดย่อจากอริยมรรคมีองค์ 8 พระพุทธเจ้าตัสย่อเป็น 2 ได้แก่  สมาธิกับวิปััสสนา  เป็นวิธีแก้กรรมที่ถูกต้อง
  • ถาม : คนเราพบเจอกันคือมีกรรมร่วมกันมา  พระอาจารย์ตอบว่า : ใช่  ถูกต้อง
  • ถาม : เคยเป็นสามีภรรยากัน  ชาตินี้จึงมาเป็นสามีภรรยากัน  พระอาจารย์ตอบว่า : ใช่  คุ้นเคย
  • ถาม : เคยทำให้เขาเจ็บชาตินี้จึงถูกทำ  พระอาจารย์ตอบว่า : เป็นไปได้หรืออาจจะเป็นไปไม่ได้  กรรมอาจจะเกิดปัจจุบันในทันที  คือผัสสะเป็นกรรมใหม่  หรืออาจจะเกิดจากอดีต


ที่มาของการศึกษาพุทธวัจน




สักแต่ว่า  ช่างมัน

หนทางดับทุกข์


กรรม
พระอาจารย์คึกฤทธิ์ โสตฺถิผโล พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี และแม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต สนทนาธรรมในหัวข้อเรื่อง รู้เช่นเห็นชาติ รู้แจ้งเห็นจริง ในวันเสาร์ที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๕๒ เวลา ๑๓.๓๐ ๑๖.๐๐ น. ณ เสถียรธรรมสถาน


คุณสมบัติพระโสดาบัน




วัดนาป่าพง คลองสิบ ปทุมธานี


28 ก.ค.2553 20:38 น. พระอาจารย์มาสอนฝึกปฏิบัติที่บ้านจันรม จ.สุรินทร์



การทำสมาธิ ตามหลักของพระพุทธเจ้า
พระอาจาย์คึกฤทธิ์ โสตฺถิผโล
วัดนาป่าพง คลองสิบ ปทุมธานี



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น